ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นเองและภูมิคุ้มกันโดยธรรมชาติ

เพื่อนๆ เคยสงสัยไหมว่าเราเป็นโรคอีสุกอีใสเพียงครั้งเดียวจริงๆ เหรอ?

บอกฉันทีว่าสิ่งนี้เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน แต่จะมีภูมิคุ้มกันแบบไหน? และทำงานอย่างไร มาหาคำตอบกันในบทความนี้!

หรือสามารถเข้าไปเรียนเต็มคอร์สได้ที่Partnershipvt Application คลิกแบนเนอร์ด้านล่าง

แบนเนอร์-เขียว-เนย

การฉีดวัคซีน หมายถึง กระบวนการที่ทำให้ร่างกายสามารถจำและกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายด้วยกลไกป้องกันการปลอมแปลงเฉพาะเจาะจง ที่อาจเกิดขึ้นชั่วคราวหรือถาวร และสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทตามแหล่งผลิตแอนติบอดีที่ร่างกายใช้ ได้แก่ ภูมิคุ้มกันที่เหนี่ยวนำตัวเองและภูมิคุ้มกันที่สืบทอดมา

เพื่อน ๆ ลองนึกภาพไปที่ใหม่บางทีเรายังไม่ชินกับมัน จึงต้องจำเส้นทางไปซักพัก เช่นเดียวกับภูมิคุ้มกันที่เพิ่งพบสิ่งแปลกปลอม หรือแอนติเจนตัวแรก (ค่อนข้างสับสน) ดังนั้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันหลักของประเภทนี้จึงช้า แต่อยู่ในร่างกายได้นานขึ้น เพราะต้องสร้างเซลล์ความจำที่จำเพาะต่อวัตถุแปลกปลอม แต่หลังจากนั้นหากได้รับเชื้อก่อโรคแบบเดิมอีก ภูมิคุ้มกันรองจะเกิดขึ้นเร็วขึ้น โดยการกระตุ้นเซลล์ B ให้สร้างแอนติบอดีหรือกระตุ้นเซลล์ที่ทำลายสิ่งแปลกปลอมเดิม ซึ่งภูมิคุ้มกันที่สร้างเองได้ แบ่งได้ 2 ประเภทคือ

1.1. ภูมิคุ้มกันที่ใช้งานตามธรรมชาติ

READ MORE  Adverbs of Frequency ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 วิชาภาษาอังกฤษ | Partnershipvt.org

เกิดขึ้นเมื่อได้รับแอนติเจน หรือเชื้อโรคที่ทำให้เราป่วย เช่น คางทูม อีสุกอีใส โดยที่ร่างกายผลิตแอนติบอดีเพื่อจดจำและกระตุ้นการทำลายล้างหรือทำให้แอนติเจนเป็นกลางและไม่เป็นพิษ เพื่อไม่ให้เราป่วยด้วยโรคเดิมอีก หรืออาการไม่รุนแรงเท่าครั้งแรก

1.2. ภูมิคุ้มกันที่ใช้งานประดิษฐ์

ภูมิคุ้มกันนี้พัฒนาขึ้นหลังการฉีดวัคซีน การทาเฉพาะที่ หรือการให้สารกระตุ้น สร้างแอนติบอดีเพื่อจดจำแอนติเจนเหล่านั้น และเมื่อให้แอนติเจนเหล่านี้ล่วงหน้าแล้วจะไม่ทำให้เกิดอาการ เช่น การฉีดวัคซีน การรักษาโรคไข้ทรพิษ คอตีบ บาดทะยัก วัคซีนโปลิโอ วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV) ต้าน COVID-19 ซึ่งมีหลากหลายประเภท เราแนะนำให้เพื่อนๆ อ่านเกี่ยวกับวัคซีน COVID-19 ได้ที่นี่

  • ภูมิคุ้มกันแบบพาสซีฟ

ดังที่เราได้กล่าวไปแล้วในวรรคก่อน ร่างกายของเราสามารถมีภูมิต้านทานต่อตนเองได้ แต่ใช้เวลานานกว่าเล็กน้อย ซึ่งแตกต่างจากระบบภูมิคุ้มกันอีกประเภทหนึ่งที่มีผลทันทีแต่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น นี่คือภูมิคุ้มกันแบบพาสซีฟซึ่งเราสามารถให้แอนติบอดีที่ผลิตโดยสิ่งมีชีวิตอื่นหรือจากแม่ในระหว่างตั้งครรภ์ โดยที่ร่างกายของเราไม่ได้สร้างขึ้นโดยกระบวนการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายโดยตรง สำหรับภูมิคุ้มกันที่สืบทอดมานี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ

2.1. ภูมิคุ้มกันแฝงตามธรรมชาติ

เป็นภูมิคุ้มกันที่ถ่ายทอดตามธรรมชาติจากแม่สู่ลูกผ่านทางรกและน้ำนมแม่ ถ้าแม่มีภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดีต่อโรคก่อนตั้งครรภ์ ลูกก็จะมีภูมิต้านทานด้วย แต่เมื่อคลอดบุตร ภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติจะอยู่ได้เพียง 3 เดือนหลังคลอดเท่านั้น ภูมิต้านทานโรคของทารกจะลดลง

2.2. ภูมิคุ้มกันแฝงเทียม

READ MORE  Equality และ Equity คืออะไร ? เมื่อความเท่าเทียมไม่ใช่ความเสมอภาค | Partnershipvt.org

โดยได้รับแอนติบอดี้จากสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เช่น การฉีดเซรั่มหรือเซรั่ม ซึ่งได้มาจากการฉีดแอนติเจนที่อ่อนแอ หรือตายลงในสัตว์ เช่น หนูและกระต่าย เพื่อกระตุ้นการสร้างแอนติบอดี เลือดของสัตว์จะถูกสกัดเพื่อหาแอนติบอดี ก่อนฉีดเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ โดยฉีดเซรั่มนี้ ร่างกายจะได้รับแอนติบอดี้ที่จำเพาะต่อแอนติเจนโดยตรง ทำให้สามารถกำจัดแอนติเจนชนิดนั้นได้ทันที โดยไม่ต้องสร้างภูมิคุ้มกันเอง เช่น คนถูกงูกัดต้องฉีดเซรั่มป้องกันงูพิษทันที (แต่ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการดื้อยาหรือแพ้ซีรัมของสัตว์)

เรารู้อยู่แล้วว่าภูมิคุ้มกัน ถ้าเพื่อนๆอยากรู้ว่าอวัยวะไหนเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน ดูวิดีโอด้านล่าง

เรียนรู้เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันทั้งสองแบบแล้วอย่าลืมโหลดPartnershipvt Application มาทบทวนเนื้อหากัน พร้อมทำแบบฝึกหัดนี้ให้เข้าใจมากขึ้น แล้วเพิ่มสมาธิ ทำการบ้าน อ่านหนังสือพร้อมกับบทความจัดโต๊ะอ่านหนังสือในห้องนอนอย่างไร…ไม่ให้หลับสบายหรือบทความเคล็ดลับดีๆ ในการอ่านหนังสือสอบสมอง เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสอบครั้งต่อไป!

ใครยังไหว เรียนต่อชีววิทยาไม่มีสะดุด คลิกที่นี่เพื่ออ่านบทเรียนที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบภูมิคุ้มกันและการอักเสบ หรือการแข็งตัวของเลือด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : อาจารย์หฤทัย ยงมณี

เธอรู้รึเปล่า ? ทำไมเราต้องฉีดวัคซีนตอนเด็ก?

เมื่อเรายังเด็ก เราเชื่อว่าเพื่อนของเราเคยได้รับการฉีดวัคซีนมาแล้ว เราจึงต้องฉีดวัคซีนเพราะตั้งแต่แรกเกิดถึงหนึ่งปี เรามีภูมิคุ้มกันไม่เพียงพอที่จะต่อสู้กับเชื้อโรค ซึ่งหากสัมผัสกับพวกมัน อาจเป็นอันตรายมากกว่าผู้ใหญ่ และอาจถึงตายได้ ดังนั้นวัคซีนจึงเปรียบเสมือนบอดี้การ์ดของทารก ที่จัดการกับเชื้อโรคต่างๆ โดยวัคซีนพื้นฐานที่เด็กจะต้องฉีด เช่น วัคซีนโปลิโอ วัคซีนหัดเยอรมัน วัคซีนคางทูม ฯลฯ หลังฉีดวัคซีน เด็กหลายคนอาจมีไข้ปกติ และจะหายไปภายในไม่กี่วัน โดยเฉพาะวัคซีนป้องกันบาดทะยัก วัคซีนคอตีบ และวัคซีนไอกรน เพราะการติดเชื้อที่ฉีดเข้าไป มันกระตุ้นให้ร่างกายตอบสนองในความพยายามที่จะกำจัดไวรัสในวัคซีน และกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้เอง

READ MORE  ย้อนไปดูที่มาของคำว่า 'เคอร์ฟิว'  เรื่องใหญ่ ที่จุดเริ่มต้นเล็กนิดเดียว | Partnershipvt.org

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าวัคซีนจะมีประโยชน์มาก แต่ก็มีกลุ่มต่อต้านการฉีดวัคซีนอยู่ทั่วโลก เราจะเรียกคนกลุ่มนี้ว่า Anti-vaxxer ที่นอกจากจะไม่ได้รับวัคซีนเองแล้ว ยังไม่พาลูกไปฉีดวัคซีนด้วย

อ้างอิง

รพ.พญาไท. (น.) ความรู้ทางการแพทย์. สืบค้นเมื่อ 09 พฤศจิกายน 2020, จาก https://www.phyathai-sriracha.com/pytsweb/index.php?page=modules%2Fknowledgepage

รพ. ป. (2563, 17 มกราคม). สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยของคุณตั้งแต่แรกเกิดด้วย “การฉีดวัคซีน” สืบค้นเมื่อ 09 พฤศจิกายน 2020, จาก https://www.paolohospital.com/th-TH/center/Article/Details/kidney disease/immunization สำหรับทารกตั้งแต่แรกเกิดพร้อมวัคซีน



#ภมคมกนกอเองและภมคมกนรบมา #ชนมธยมศกษาปท #วชาชววทยา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *