ทักษะวิทยาศาสตร์ ทักษะวิทยาศาสตร์-14-ทักษะ-วิทยาศาสตร์-M1

วิทยาศาสตร์คือการศึกษาสิ่งที่เกิดขึ้นในธรรมชาติรอบตัวเรา ผ่านกระบวนการศึกษาและอธิบาย กระบวนการค้นหาคำตอบของสมมติฐานต่าง ๆ ในการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ก็มีให้เช่นกัน ‘ทักษะในกระบวนการทางวิทยาศาสตร์’ เป็นทักษะที่จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถค้นหาคำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์คืออะไร? ประกอบด้วยทักษะอะไรบ้าง? หากเพื่อน ๆ อยากรู้ลองดูบทความนี้ (หรือจะดาวน์โหลดPartnershipvt Application แล้วไปเรียนกับครูเจิ้นก็ได้)

แบนเนอร์-ส้ม-มาตรฐาน

14 ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์หมายถึงทักษะและความสามารถที่จำเป็นในการได้มาซึ่งความรู้ หรือแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นทักษะการสังเกต ทักษะการคำนวณ หรือทักษะการจัดหมวดหมู่ เป็นต้น

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์แตกต่างจากกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ตรงที่ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์คือวิธีการทำงาน และหลักการในการหาคำตอบหรือข้อสรุปของสมมติฐาน ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นทักษะที่ช่วยให้ปฏิบัติการได้ หรือการทดลองทางวิทยาศาสตร์เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้รับการพัฒนาโดย American Association for the Advancement of Science (AAAS) ตามหลักสูตร Science – A Process Approach (SAPA) ประกอบด้วย 14 ทักษะ 8 ทักษะพื้นฐานและ 6 ทักษะขั้นสูง

READ MORE  เรียนไม่เก่ง ก็เข้ามหาวิทยาลัยได้...ดูเทคนิคเลือกคณะปี 64 ได้ที่นี่ ! | Partnershipvt.org

ทักษะวิทยาศาสตร์พื้นฐาน 8 ทักษะ (ทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน)

ทักษะวิทยาศาสตร์พื้นฐาน เป็นทักษะพื้นฐานที่จะช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ หรือสามารถขยายไปสู่ทักษะขั้นสูงได้ในอนาคต ประกอบด้วย 8 ทักษะ ได้แก่

  1. การสังเกต คือการใช้ประสาทสัมผัสต่างๆ สังเกตความเป็นไปได้ ให้ความสนใจกับรายละเอียดของสิ่งรอบตัวโดยไม่ให้ความเห็นส่วนตัวใดๆ ตัวอย่างเช่น สังเกตว่าอาหารที่ถูกทิ้งไว้เป็นเวลานานจะกลายเป็นรา หรือสังเกตว่าในวันเสาร์และวันอาทิตย์จะมีผู้เข้าชมสวนมากกว่าวันธรรมดา เมื่อสังเกตรายละเอียดเหล่านี้ นักเรียนจะสามารถถามคำถามและหาข้อมูลจากสิ่งรอบตัวได้ดีขึ้น
  2. การวัด คือการเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมในการวัดปริมาณต่างๆ รวมถึงการวัดปริมาณสิ่งของจากเครื่องมือที่เลือกออกมาเป็นตัวเลข และระบุหน่วยการวัดให้ถูกต้อง เพราะในการศึกษาทางวิทยาศาสตร์นั้น การวัดต่างๆ จะต้องเก็บข้อมูลจำนวนมาก เช่น การวัดความสูงของต้นไม้ที่ปลูกระหว่างการทดลอง การวัดปริมาตรของสารที่จำเป็นสำหรับการทดลอง
  3. การจำแนกประเภท คือความสามารถในการจัดกลุ่มสิ่งของเป็นหมวดหมู่โดยใช้เกณฑ์หรือคุณสมบัติบางอย่างที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น พืชแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม: พืชใบเลี้ยงเดี่ยว และ dicots การจำแนกและจัดหมวดหมู่สิ่งต่าง ๆ จะจัดระบบการศึกษาและการวางแผนการทดลอง และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  4. การหาความสัมพันธ์ระหว่างอวกาศกับอวกาศ* และพื้นที่และเวลา คือการเปรียบเทียบและค้นหาความสัมพันธ์ระหว่างมิติของวัตถุต่างๆ หรือเชื่อมโยงมิติของวัตถุนั้นกับช่วงเวลา เช่น การหาความสัมพันธ์ระหว่างอวกาศกับอวกาศ เช่น เมื่อขับรถไปทั่วประเทศโดยใช้แผนที่ เราสามารถทราบตำแหน่งที่รถของเราสัมพันธ์กับแผนที่ ตัวอย่างการค้นหาความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่และเวลาคือการหาความสัมพันธ์ของตำแหน่งของรถที่เปลี่ยนไปเมื่อรถขับบนถนนเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง เป็นต้น
    *อวกาศหมายถึงพื้นที่ที่วัตถุตั้งอยู่หรือดำรงอยู่ ซึ่งมีรูปร่างและลักษณะเหมือนกันกับวัตถุนั้นอาจมี 1 – 3 มิติ ซึ่งประกอบด้วยความยาว ความกว้าง และความสูงของวัตถุ เช่น พื้นที่ของแผ่นกระดาษ A4 ที่วางบนโต๊ะเป็นสี่เหลี่ยม 2 มิติ (กว้าง x ยาว) เท่ากับกระดาษ A4 เป็นต้น
  5. การใช้ตัวเลข คือการนำตัวเลขที่ได้จากการสังเกต การวัด หรือผลการทดลองมาสร้างผ่านกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการบวก ลบ คูณ หาร หรือใช้สูตรต่างๆ เพื่อสร้างค่าใหม่ เช่น การคำนวณความเร็วรถจากระยะทางและเวลาโดยใช้สูตร สกรีนช็อต 2564-03-23 ​​​​เวลา 15.23.01
  6. การจัดระเบียบและการสื่อสารข้อมูล คือ การใช้ข้อมูลที่ได้จากการสังเกต การวัด หรือการทดลองมาจัดระบบด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อให้ได้ชุดข้อมูลใหม่ แล้วนำเสนอข้อมูลนั้น เช่น นำเสนอข้อมูลผ่านกราฟ แผนภูมิ รูปภาพ หรืออินโฟกราฟิก
  7. คำอธิบายข้อมูล คือการใช้ข้อมูลที่ได้จากการสังเกตหรือการทดลองมาเชื่อมโยงกับความรู้หรือประสบการณ์ที่มีอยู่ เพื่อสรุปหรืออธิบายสิ่งต่างๆ เช่น สังเกตว่าพืชที่ไม่ได้รับแสงแดดเป็นเวลานานจะมีใบเหลือง ในการเชื่อมต่อกับความรู้ที่มีอยู่ว่าพืชต้องการแสงในกระบวนการสังเคราะห์แสง สรุปได้ว่าแสงเป็นปัจจัยที่จำเป็นสำหรับชีวิตพืชนั่นเอง
  8. พยากรณ์ เป็นการทำนายสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากความรู้และประสบการณ์ การสังเกต การทำซ้ำผ่านกระบวนการและความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เช่น จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เราทราบดีว่า เมื่ออากาศร้อนและท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆฝนคิวมูโลนิมบัส เราสามารถทราบล่วงหน้าได้ทันทีว่าฝนจะตกในไม่ช้านี้
READ MORE  ศิลาจารึก หลักที่ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 วิชาภาษาไทย | Partnershipvt.org

ทักษะวิทยาศาสตร์-14-ทักษะ-วิทยาศาสตร์-M1รูปภาพโดย วิทยาศาสตร์ในรูปแบบ HD บน Unsplash

6 ทักษะขั้นสูง (ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์แบบบูรณาการ)

ทักษะทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูง เป็นทักษะที่ต้องใช้ประสบการณ์และความรู้ที่ซับซ้อนมากขึ้น สังเกตว่าทักษะทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูงมากมาย มันคล้ายกับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาก ทักษะวิทยาศาสตร์ขั้นสูงประกอบด้วย 6 ทักษะ:

  1. สมมติฐาน คือการคิดหาคำตอบล่วงหน้าเพื่ออธิบายความสัมพันธ์ของตัวแปร
  2. การกำหนดคำจำกัดความการดำเนินงาน คือการกำหนดความหมายและขอบเขตของคำที่จะใช้ในการทดลอง เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันและสามารถสังเกตหรือวัดผลได้
  3. การกำหนดและควบคุมตัวแปร คือการระบุและกำหนดลักษณะตัวแปรในการทดลอง
    1. ตัวแปรปฐมภูมิคือตัวแปรที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อทดสอบสมมติฐาน
    2. ตัวแปรตามคือตัวแปรที่เปลี่ยนแปลงตามตัวแปรเดิม เป็นตัวแปรที่เราสังเกต เก็บค่า จดผล
    3. ตัวแปรควบคุมคือตัวแปรที่ต้องคงที่ในการทดลองทั้งหมด เพราะอาจส่งผลให้ผลการทดลองไม่ถูกต้อง
  4. ทดสอบ เป็นกระบวนการฝึกฝนและทำซ้ำเป็นขั้นตอน ในการหาคำตอบจากสมมติฐาน มี 3 ขั้นตอนหลัก คือ การออกแบบทดลอง ทดลองปฏิบัติและบันทึกผลการทดลอง
  5. การตีความและสรุปผล คือการตีความและอธิบายผลลัพธ์ของข้อมูลที่เรารวบรวมจากการทดลอง บางครั้งอาจต้องใช้ทักษะอื่นๆ เช่น การสังเกตและการคำนวณ
  6. การสร้างแบบจำลอง คือการสร้างและใช้สิ่งที่ได้สร้างขึ้น เพื่อเลียนแบบ จำลอง และอธิบายปรากฏการณ์ที่เราศึกษาหรือสนใจ เพื่อนำเสนอและรวบรวมแนวคิดให้ผู้อื่นเข้าใจได้ง่าย เช่น การสร้างกราฟ ไดอะแกรม แอนิเมชั่น ฯลฯ
READ MORE  ไตรภูมิพระร่วง ตอน มนุสสภูมิ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 วิชาภาษาไทย | Partnershipvt.org

จะเห็นได้ว่าทักษะทางวิทยาศาสตร์เป็นทักษะที่ช่วยให้เราศึกษาและค้นหาคำตอบของประเด็นที่น่าสนใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์มากมาย อีกทั้งยังเป็นทักษะที่เราใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน เช่น ทักษะการวัด การนับ หรือการจำแนก และหากสนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สามารถอ่านบทความนี้ได้ หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Startdee คุณยังสามารถเพลิดเพลินกับบทเรียนวิทยาศาสตร์แบบเคลื่อนไหวได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ฐาปนี ฤทธิ์เกิด (ครูจีน)

ข้อมูลอ้างอิง: https://narst.org/research-matters/science-process-skills



#ทกษะทางวทยาศาสตร #ทกษะ #ชนมธยมศกษาปท #วชาวทยาศาสตร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *